✍️ โดย | Know What You Are Investing x Men’s Hobby Podcast
🎧 สรุปจากพอดแคสต์ Men’s Hobby Podcast
ถ้าคุณต้องการฟังวิเคราะห์ลึกแบบเต็มอิ่ม
เราขอแนะนำตอนล่าสุดของ Men’s Hobby Podcast
🎙 ตอน: “NVIDIA 2025 – โรงงาน AI และอนาคตของอุตสาหกรรมโลก”
📌 ฟังได้บน Spotify, YouTube หรือทุกแพลตฟอร์มพอดแคสต์ชั้นนำ มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
🔍 บทนำ: เมื่อ GPU กลายเป็น Infrastructure
นับตั้งแต่การมาถึงของ Generative AI โลกก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ “ใคร” คือผู้วางโครงสร้างพื้นฐานสำหรับโลกใหม่นั้น
และคำตอบที่ปรากฏชัดในปี 2025 ก็คือ NVIDIA
ในงานประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2025 ของบริษัท Jensen Huang ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า
“NVIDIA ไม่ได้แค่ผลิตฮาร์ดแวร์ แต่กำลังสร้างโรงงาน AI ให้กับเศรษฐกิจของโลก”
จากคำพูดเพียงประโยคเดียวนี้ มันสะท้อนการเปลี่ยนผ่านที่ลึกซึ้ง — ไม่ใช่แค่กับ NVIDIA แต่กับทุกภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก
🧠 โรงงาน AI คืออะไร และทำไมต้องสนใจ?
คำว่า “โรงงาน AI” หรือ AI Factories ที่ Jensen Huang ใช้ ไม่ได้เป็นเพียงคำเปรียบเปรย

แต่มันคือโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเน้นไปที่:
- การประมวลผลแบบเร่ง (Accelerated Computing)
- การฝึกและให้บริการโมเดลภาษา (LLMs)
- การสร้าง token แห่งความฉลาด (digital intelligence)
ในอดีต โลกขับเคลื่อนด้วย โรงงานพลังงาน ที่ผลิตไฟฟ้า
วันนี้ เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ โรงงาน AI จะผลิต “ปัญญา” ให้กับระบบอัตโนมัติ
และนี่คือสิ่งที่ NVIDIA กำลังลงทุนอย่างเต็มกำลัง
Jensen กล่าวอย่างน่าจดจำว่า
“AI Agents are evolving—from tools to teammates.”
และการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้อยู่แค่ในคลังสินค้า แต่มันจะกระทบกับโลกการแพทย์ โลจิสติกส์ การเงิน ไปจนถึงเกษตรกรรม
💰 เติบโต 114% เพราะอะไร? ไม่ใช่เรื่องฟลุคแน่นอน
NVIDIA รายงานรายได้ปี 2025 ที่ $130.5 พันล้านดอลลาร์
เติบโตถึง 114% จากปีก่อนหน้า — ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์บริษัท

📊 จุดที่น่าสนใจคือ:
- กำไรขั้นต้น 75%
- Operating Income $81.5B (+147%)
- EPS $2.94 (+147%)
เบื้องหลังตัวเลขเหล่านี้คืออะไร?
- สถาปัตยกรรม Hopper ที่เป็นแกนหลักของ AI ทุกระดับ
- ความต้องการ GPU จากองค์กร Fortune 500 และรัฐบาลหลายประเทศ
- การขยายตัวของโมเดล AI แบบ LLMs ที่ใช้พลังคอมพิวเตอร์ระดับมหาศาล
สิ่งที่น่าสนใจคือ NVIDIA ไม่ได้รอให้ตลาดมาถึง แต่เป็น “ผู้สร้าง” ตลาดขึ้นมาทั้งระบบ
🧬 Token = หน่วยความคิดดิจิทัล
ในมุมมองของ AI engineer หรือ investor เราคุ้นชินกับคำว่า token อยู่แล้ว
แต่นี่คือการตีความใหม่ที่ลึกซึ้งกว่านั้น:
“Tokens are the atoms of digital thought.”
หมายความว่า ทุกคำที่ AI สร้างขึ้น ทุกโค้ดที่ถูก generate ทุก DNA sequence ที่ถูกเข้าใจ ล้วนคือ “สินทรัพย์” ที่โรงงาน AI ผลิตขึ้นมา

ดังนั้น ธุรกิจในอนาคตคือการผลิตและแลกเปลี่ยนความฉลาดแบบเป็นระบบ
คำถามที่นักลงทุนควรถามคือ:
ธุรกิจของคุณกำลังสร้าง “token” หรือไม่?
คุณอยู่ในเส้นทาง value chain นี้หรือเปล่า?
🛠 CUDA-X: ซอฟต์แวร์คือกำแพงความได้เปรียบ
หลายคนเข้าใจว่า NVIDIA แข็งแกร่งเพราะมี GPU
แต่สิ่งที่ทำให้ NVIDIA “ยากต่อการแทนที่” จริง ๆ คือ ซอฟต์แวร์
🔧 CUDA-X คืออะไร?
เป็นชุด ecosystem ที่รวบรวม domain-specific libraries และ compiler สำหรับการประมวลผลแบบเร่ง (accelerated computing) เช่น:
- cuDNN, cuBLAS: Deep Learning
- cuQuantum, CUDA-Q: Quantum Computing
- cuLitho: Semiconductor Lithography
- MONAI: AI ด้านการแพทย์
- Parabricks: Gene Sequencing
นี่คือเหตุผลที่แม้จะมี GPU ที่แรงกว่า…
แต่หากไม่มี ecosystem เหล่านี้ ก็ไม่สามารถนำไปใช้ในงานจริงได้เลย
🌍 Sovereign AI & ความมั่นคงของข้อมูลระดับชาติ
อีกหนึ่งประเด็นที่ NVIDIA มองไกลกว่าบริษัทอื่นคือ Sovereign AI
นี่คือแนวคิดที่ว่า แต่ละประเทศควรมี AI infrastructure ของตนเอง
ไม่ว่าจะเป็นด้านฮาร์ดแวร์ โค้ด หรือโมเดล เพื่อความมั่นคงในระดับชาติ
📌 ตัวอย่าง:
- ประเทศในยุโรปเริ่มลงทุน Data Center และ Supercomputer แบบ localized
- ประเทศในตะวันออกกลางเตรียมสร้าง sovereign LLM ของตนเอง
- NVIDIA เสนอ “Blackwell AI Factories” เป็น core infrastructure ให้ประเทศเหล่านั้น
🤖 Agentic AI: เมื่อ AI ไม่ได้แค่ตอบ แต่ “ลงมือทำ”
หนึ่งในแนวโน้มที่เติบโตเร็วที่สุดใน ecosystem ของ NVIDIA คือสิ่งที่เรียกว่า Agentic AI

หรือพูดง่าย ๆ คือ AI ที่ไม่ใช่แค่ model สำหรับตอบคำถาม — แต่เป็น “ตัวแทนดิจิทัล” (AI Agent) ที่สามารถรับเป้าหมาย วางแผน และดำเนินการแทนมนุษย์ได้
“AI is no longer just software — it’s an autonomous decision-maker.”
ในมุมของ AI engineer นี่คือการก้าวข้ามจาก LLM → Task-Oriented Agent → Autonomous Agent ที่ทำงานแบบหลายขั้นตอน (multi-step reasoning)
🔍 NVIDIA สนับสนุนโลกของ Agentic AI อย่างไร?
- NVIDIA ACE (Avatar Cloud Engine) ช่วยสร้าง digital agents ที่เข้าใจเสียง, ภาษาธรรมชาติ, การแสดงออกทางใบหน้า และมีการตัดสินใจตอบโต้ได้
- Project GROOT (General Robotics Object-Oriented Targeting) ที่เปิดตัวใน GTC2024 ใช้ train agent สำหรับ physical world โดยเชื่อมโยง perception, control และ AI memory
- การสนับสนุน framework อย่าง LangChain, AutoGPT, HuggingGPT บน GPU และ CUDA runtime
นักพัฒนาสามารถสร้าง Agent ที่ใช้ perception, planning, และ action บนโครงสร้างของ NVIDIA ได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นในโลกจริงหรือโลกเสมือน
🌐 Omniverse: แพลตฟอร์มโลกเสมือนเพื่อฝึกและจำลอง Agent
ถ้า AI คือสมองของโลกใหม่ — NVIDIA Omniverse ก็คือ sandbox ที่ให้สมองนั้นได้เรียนรู้และทดลอง
“Omniverse is the industrial metaverse where AI learns how the world works.”
🏭 Omniverse คืออะไร?
คือแพลตฟอร์มจำลองโลกแบบเรียลไทม์ ที่ใช้ USD (Universal Scene Description) เพื่อสร้าง simulation ระดับ high-fidelity
เป็นทั้ง:
- ศูนย์กลางของการฝึกสอน AI ที่เข้าใจฟิสิกส์
- พื้นที่ทดสอบหุ่นยนต์และ AGI ในสภาพแวดล้อมจำลอง
- เวทีสำหรับอุตสาหกรรมการผลิต, รถยนต์, พลังงาน และโลจิสติกส์
🔗 เชื่อมกับ AI ได้อย่างไร?
- ใช้ฝึก AI Agents ให้สามารถ move/act/react ในโลกเสมือนก่อน deploy สู่ของจริง
- ใช้ AI Generative Models ช่วยสร้างวัตถุ สภาพแวดล้อม และเหตุการณ์ได้โดยอัตโนมัติ
- รองรับ Physics-Informed AI ที่ให้ LLM เข้าใจแรงโน้มถ่วง ความเร็ว การปะทะ ฯลฯ
💡 มุมมองสำหรับ AI Engineers และนักลงทุน
สำหรับ AI Developers:
- หากคุณกำลังสร้าง Agent หรือ Robotics Simulation — Omniverse + GROOT + ACE คือตัวเลือกระดับโลก
- คุณสามารถฝึก AI ในสภาพแวดล้อมสมจริง โดยไม่ต้องพึ่ง real-world data เสมอไป
- เพิ่มศักยภาพของ agentic models ให้เข้าใจบริบทแบบ end-to-end
สำหรับ Tech Investors:
- Omniverse อาจเป็นตัวแปรสำคัญในการเปลี่ยน supply chain, automation และ simulation
- ธุรกิจที่พัฒนา agent, robotics หรือบริการ B2B บน metaverse จำเป็นต้องพึ่ง NVIDIA stack
- ทรัพย์สินในรูปแบบ “world simulation” อาจกลายเป็น moat ใหม่ของอุตสาหกรรม
🔎 NVIDIA ในมุมมองนักลงทุนมืออาชีพ
หากคุณเป็น investor ที่มองเทรนด์ 3–5 ปีข้างหน้า
NVIDIA ไม่ใช่แค่บริษัทชิป… แต่คือผู้สร้าง “รากฐานของโลกอนาคต”
✅ มาร์จิ้นสูงระดับ 75%
✅ ซอฟต์แวร์ผูก ecosystem
✅ พันธมิตรทุกกลุ่มอุตสาหกรรม
✅ อยู่ใน “ตำแหน่งศูนย์กลาง” ของทุก megatrend: AI, Data, Edge, Robotics
🔚 บทส่งท้าย: อนาคตไม่ใช่สิ่งที่จะมาถึง — มันเริ่มขึ้นแล้ว
NVIDIA ไม่ได้รอให้อนาคตมาถึง
พวกเขากำลัง “ออกแบบอนาคต” ผ่านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และการมองการณ์ไกล
คำถามคือ…
คุณพร้อมจะสร้างหรือลงทุนในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์นี้แล้วหรือยัง?

Key facts
- CUDA-X Ecosystem: CUDA-X เป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ซอฟต์แวร์ของ NVIDIA ซึ่งรวบรวมไลบรารีเฉพาะโดเมน เฟรมเวิร์ก และเครื่องมือต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน ตัวอย่างของโดเมนที่ CUDA-X มีผลกระทบ ได้แก่ Warp Physics, Data Science and Processing (cuDF, cuML), Deep Learning (cuDNN, cuBLAS), Quantum Computing (cuQuantum, CUDA-Q), Weather Analytics (Earth-2), Medical Imaging (MONAI), Gene Sequencing (Parabricks) และ Computational Lithography (cuLitho)
- นิยาม “โทเค็น”: Jensen Huang ได้นิยาม “โทเค็น” ว่าเป็น “หน่วยพื้นฐานของปัญญาดิจิทัล” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ AI ใช้ในการแสดงความคิด ไม่ว่าจะเป็นคำพูด ชิ้นส่วนของโค้ด หรือสาย DNA
- ผลประกอบการปีงบประมาณ 2025:
- รายได้รวม: 130.5 พันล้านดอลลาร์ (เพิ่มขึ้น 114% YoY)
- กำไรขั้นต้น: 75.0%
- กำไรจากการดำเนินงาน: 81.5 พันล้านดอลลาร์ (เพิ่มขึ้น 147%)
- กำไรต่อหุ้นปรับลด: 2.94 ดอลลาร์ (เพิ่มขึ้น 147%)
- การเติบโตนำโดย Data Center: “การเติบโตถูกนำโดยความต้องการ Data Center ที่ยอดเยี่ยมสำหรับสถาปัตยกรรม Hopper ของเราที่ใช้สำหรับโมเดลภาษาขนาดใหญ่, recommendation engines, และ generative AI applications”
- Physical AI และ Robotics: NVIDIA คาดการณ์ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่โดย “Physical AI” ซึ่งจะกำหนดนิยามใหม่ของวิธีการทำงาน ตั้งแต่สายการผลิตไปจนถึงถนนในเมือง โดยรถยนต์ รถยก แขนผ่าตัด และหุ่นยนต์ในคลังสินค้าจะกลายเป็นระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จะมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
- AI Agent: มีการคาดการณ์ว่า “AI agents กำลังเข้าสู่การผลิตทั่วทั้งโครงการ AI อธิปไตย (sovereign AI initiatives), องค์กร Fortune 500, และการติดตั้งที่ปลายขอบ (edge deployments)” และตัวแทนดิจิทัลนับพันล้านจะทำงานร่วมกับมนุษย์
- การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ในสหรัฐอเมริกา: NVIDIA คาดว่า “ภายในสี่ปีข้างหน้า จะมีการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI มูลค่าสูงสุดถึงครึ่งล้านล้านดอลลาร์บนดินของสหรัฐฯ”
- โครงสร้างคณะกรรมการบริษัท: คณะกรรมการประกอบด้วยผู้อำนวยการอิสระหลายท่าน รวมถึง Jen-Hsun Huang ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ ซึ่งเป็นประธาน
- การบริหารจัดการเงินทุนมนุษย์: รายงานระบุถึงผู้บริหารหลัก (NEOs – Named Executive Officers) และโครงสร้างค่าตอบแทนที่เชื่อมโยงกับประสิทธิภาพของบริษัท โดยมีเป้าหมายด้านรายได้, กำไรจากการดำเนินงาน Non-GAAP, และ TSR (Total Shareholder Return) สัมพัทธ์กับ S&P 500
- การซื้อหุ้นคืนและเงินปันผล: บริษัทได้ซื้อหุ้นคืน 29 ล้านหุ้นเป็นมูลค่า 3.7 พันล้านดอลลาร์ในช่วงปลายปีงบประมาณ 2025 และจ่ายเงินปันผล 834 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2025
- ข้อผูกพันในการซื้อสินค้าคงคลัง: ณ วันที่ 26 มกราคม 2025 บริษัทมีข้อผูกพันในการซื้อสินค้าคงคลังและข้อผูกพันด้านการจัดหาและกำลังการผลิตระยะยาวรวม 30.8 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุมาจากข้อผูกพันด้านสถาปัตยกรรม Blackwell ใหม่
- รายได้ตามภูมิศาสตร์: รายได้จากลูกค้านอกสหรัฐอเมริกาคิดเป็น 53% ของรายได้ทั้งหมดในปีงบประมาณ 2025 โดยสิงคโปร์คิดเป็น 18% แม้ว่าการจัดส่งสินค้าไปยังสิงคโปร์จะน้อยกว่า 2% เนื่องจากสิงคโปร์ถูกใช้เป็นศูนย์กลางการออกใบแจ้งหนี้
คำคมที่สำคัญ:
- “NVIDIA CUDA-X is the language of accelerated computing.”
- “Just as bits are the fundamental units of classical computing, tokens are the atomic units of digital intelligence—the symbols through which AI expresses thought.”
- “NVIDIA computers are the thinking…engines of the AI age and creating the factories that will power the next wave of human progress.” (อ้างอิงถึง Jensen Huang)
- “In the decade ahead, trillions of dollars of AI infrastructure being built, reshaping the 100 trillion dollar global industries and economy.”
- “in the coming years, every company operating AI factories they built or rent, and every country building and operating AI factories as part of their critical infrastructure.”
- “within the next four years, we expecting up to half a trillion dollars of AI infrastructure to be built on U.S. soil”
- “AI evolving—from tools to teammates, from assistants to the digital workforce of companies, from software to physically intelligent robots that move through factories, hospitals, farms, and cities—alongside us, helping us, making up for the tens of millions of unfilled jobs and offsetting labor shortages around the world”

ใส่ความเห็น