สรุปประเด็นสำคัญ: ผลประกอบการ Palantir (PLTR) ไตรมาส 3 ปี 2025

ไตรมาสที่ “ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา” ของบริษัทซอฟต์แวร์

ไตรมาสที่ 3 ของปี 2025 ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าทึ่งสำหรับ Palantir บริษัทซอฟต์แวร์ที่เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ ผลประกอบการครั้งนี้แข็งแกร่งถึงขนาดที่ CEO Alexander Karp กล่าวว่านี่ไม่ใช่แค่ผลงานที่ “ปกติ” “แข็งแกร่ง” หรือ “ยอดเยี่ยม” แต่นี่อาจเป็น “ผลประกอบการที่ดีที่สุดเท่าที่บริษัทซอฟต์แวร์เคยทำได้” (arguably the best results that any software company has ever delivered) เลยทีเดียว

เอกสารฉบับนี้จะสรุปประเด็นสำคัญที่สุดจากผลประกอบการครั้งประวัติศาสตร์นี้ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย เพื่อให้นักศึกษาและผู้ที่สนใจได้เห็นภาพรวมว่า ทำไมไตรมาสนี้ถึงสร้างความตื่นเต้นให้กับวงการเทคโนโลยีและการลงทุน

1. ภาพรวมตัวเลขทางการเงินที่น่าทึ่ง

ผลประกอบการของ Palantir ในไตรมาสนี้ไม่เพียงแค่ดี แต่ยังสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ในทุกๆ ด้าน ซึ่งสะท้อนถึงสุขภาพทางการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัท

1.1. ผลประกอบการหลัก: เกินความคาดหมายทุกด้าน

ตารางด้านล่างสรุปตัวเลขที่สำคัญที่สุดจากไตรมาสนี้

ตัวชี้วัด (Metric)ผลประกอบการ Q3 2025คำอธิบายสั้นๆ สำหรับมือใหม่
รายได้รวม (Revenue)$1.18 พันล้าน (เติบโต 63% Y/Y)จำนวนเงินทั้งหมดที่บริษัททำได้ เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล 63% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และโตขึ้น 18% จากไตรมาสที่แล้ว
กำไรต่อหุ้น (EPS)$0.21 (สูงกว่าคาดการณ์ $0.04)ส่วนแบ่งกำไรที่นักลงทุนได้รับต่อหนึ่งหุ้น ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้มาก
กำไรจากการดำเนินงาน (Adjusted Operating Margin)51% (สูงสุดเป็นประวัติการณ์)เปอร์เซ็นต์กำไรที่ได้จากการทำธุรกิจหลักของบริษัท (ก่อนหักค่าใช้จ่ายบางอย่าง) ยิ่งสูงยิ่งแสดงว่าบริษัททำกำไรได้ดี

1.2. เจาะลึก “Rule of 40”: ตัวชี้วัดสุขภาพบริษัทซอฟต์แวร์

ลองนึกภาพว่ามี “เกรด” ง่ายๆ ที่ใช้วัดความแข็งแกร่งของบริษัทซอฟต์แวร์ได้ นั่นคือ “Rule of 40” ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานที่คนในวงการใช้กัน

  1. นิยาม: คือการนำ อัตราการเติบโตของรายได้ (%) มารวมกับ กำไรจากการดำเนินงาน (%)
  2. ความสำคัญ: บริษัทซอฟต์แวร์ที่ดีควรมีคะแนนรวมกันเกิน 40% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสมดุลที่ยอดเยี่ยมระหว่างการเติบโตอย่างรวดเร็วและการทำกำไรไปพร้อมๆ กัน
  3. ผลลัพธ์ของ Palantir: Palantir ทำคะแนนในไตรมาสนี้ได้ถึง 114% ซึ่งเป็นตัวเลขที่แทบ “ไม่เคยมีมาก่อน” (unprecedented) และสูงกว่าไตรมาสก่อนหน้าถึง 20 จุด แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่โดดเด่นและหาตัวจับได้ยาก

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ: ตัวเลข 114% นี้ไม่เพียงแค่สูงกว่าเกณฑ์ 40% แต่ยังสูงกว่าบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่เกือบทุกแห่งในโลก แสดงให้เห็นว่า Palantir กำลังเติบโตอย่างระเบิดเถิดเทิงไปพร้อมๆ กับการทำกำไรมหาศาล ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ยากมากในสเกลนี้


Rule of 40 – Enterprise Software Companies with >$1B in TTM Revenue
Rule of 40 - Top 25
Market Cap Companies
Globally

Rule of 40 – Top 25 Market Cap Companies Globally Source: Company earning deck

2. AIP: เครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตและผู้นำด้าน AI

ปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้ Palantir เติบโตอย่างก้าวกระโดดคือแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence Platform (AIP)

2.1. AIP คืออะไรและทำงานอย่างไร?

AIP คือแพลตฟอร์ม AI สำหรับองค์กร ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถนำโมเดล AI ต่างๆ มาใช้กับข้อมูลภายในของตนเองได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยในการตัดสินใจทางธุรกิจที่ซับซ้อน Palantir ระบุว่า AIP คือ “แพลตฟอร์มเดียวที่สร้างผลกระทบที่เปลี่ยนแปลงองค์กรได้อย่างแท้จริง” (the only platform delivering transformational impact) ในตลาดปัจจุบัน


Under this new partnership, NVIDIA models will be available through AIP, pushing Ontology to the edge
through NVIDIA’s accelerated compute.

2.2. ผลกระทบต่อลูกค้า: ปิดดีลเร็วขึ้นและใหญ่ขึ้น

พลังของ AIP ไม่ได้อยู่แค่ในเชิงทฤษฎี แต่ได้สร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ให้กับลูกค้าอย่างรวดเร็ว

  • การขยายสัญญาอย่างรวดเร็ว: มีกรณีศึกษาของ “ผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์ชั้นนำ” ที่ตัดสินใจขยายสัญญาเพิ่มมูลค่าขึ้นถึง 8 เท่า ภายในเวลาเพียง 5 เดือนหลังจากเซ็นสัญญาฉบับแรก
  • การตัดสินใจจากผู้บริหารระดับสูง (C-suite): CEO ของบริษัทลูกค้า (เช่น บริษัทประกันภัยชั้นนำ) เข้ามาดูแลและผลักดันการนำ AIP ไปใช้ด้วยตนเอง เพื่อปฏิรูปองค์กรทั้งหมด ตั้งแต่การพิจารณารับประกันไปจนถึงการจัดการค่าสินไหมทดแทน
  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน: CTO ของบริษัทเล่าถึงกรณีที่น่าทึ่งว่า โดยปกติแล้ว การย้ายระบบข้อมูลขนาดใหญ่อาจต้องใช้ทีมงานจำนวนมากและใช้เวลาถึง 2 ปี แต่ด้วยเครื่องมือของ Palantir วิศวกรเพียง 2 คนสามารถสั่งการ ‘กองทัพวิศวกร AI’ ให้ทำงานนี้สำเร็จในเวลาแค่ 5 วัน

ตัวอย่างเหล่านี้ชี้ให้เห็นรูปแบบที่ชัดเจน: AIP ไม่ได้ถูกซื้อไปเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะจุดเล็กๆ แต่ถูกนำไปใช้โดยผู้บริหารระดับสูงสุดเพื่อ ‘ปฏิรูป’ ทั้งองค์กร ซึ่งนำไปสู่การขยายสัญญาที่รวดเร็วและมีมูลค่ามหาศาล

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ: ความสามารถในการปิดดีลใหญ่และเร็วขึ้นเป็นเท่าทวีคูณนี้ คือสิ่งที่พิสูจน์ว่า AIP ไม่ใช่แค่ซอฟต์แวร์ทั่วไป แต่เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่สร้างผลตอบแทนมหาศาล ทำให้ลูกค้าพร้อมจะลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ความสำเร็จที่จับต้องได้ของ AIP ที่ช่วยลูกค้าปฏิวัติองค์กรนี่เอง คือสิ่งที่จุดชนวนให้เกิดคลื่นความต้องการมหาศาล ซึ่งสะท้อนออกมาในรูปของข้อตกลงทางธุรกิจและฐานลูกค้าที่เติบโตอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในหัวข้อถัดไป

3. โมเมนตัมทางธุรกิจ: ข้อตกลงและฐานลูกค้าที่เติบโตไม่หยุด

ความต้องการผลิตภัณฑ์ของ Palantir โดยเฉพาะ AIP นั้นสูงมาก สะท้อนจากตัวเลขทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง

  • มูลค่าสัญญารวมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (TCV): ในไตรมาสเดียว บริษัทสามารถปิดดีลใหม่ๆ ที่มีมูลค่ารวมสูงถึง $2.8 พันล้าน (TCV หรือ Total Contract Value คือมูลค่ารวมตลอดอายุสัญญาของดีลใหม่ๆ ที่บริษัทเพิ่งเซ็นได้)
  • ดีลขนาดใหญ่จำนวนมาก: ปิดดีลที่มีมูลค่า $1 ล้านขึ้นไปได้ถึง 204 ดีล, มูลค่า $5 ล้านขึ้นไป 91 ดีล, และดีลยักษ์ใหญ่มูลค่า $10 ล้านขึ้นไปอีก 53 ดีล
  • ฐานลูกค้าขยายตัว: จำนวนลูกค้าทั้งหมดเพิ่มขึ้นเป็น 911 ราย ซึ่งเติบโตขึ้น 45% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
  • ลูกค้าเก่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น (Net Dollar Retention): อยู่ที่ 134% (ตัวเลข 134% หมายความว่า หากไม่นับลูกค้ารายใหม่เลย ลูกค้ากลุ่มเดิมจากปีที่แล้วใช้จ่ายกับ Palantir เพิ่มขึ้นถึง 34%)

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ: ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นถึง ‘โมเมนตัม’ ที่แข็งแกร่ง ความต้องการในตลาดมีอยู่จริงและกำลังเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่แค่ลูกค้าใหม่ที่เพิ่มขึ้น แต่ลูกค้าเก่าก็ยังเชื่อมั่นและใช้จ่ายมากขึ้นเรื่อยๆ

การเติบโตที่แข็งแกร่งนี้มีรากฐานมาจากสองตลาดหลักที่บริษัทครองความได้เปรียบ นั่นคือภาคธุรกิจเอกชนและภาครัฐบาล ซึ่งต่างก็มีความต้องการที่เร่งด่วนในรูปแบบของตัวเอง

4. สองขุมกำลังหลัก: ธุรกิจเอกชน (Commercial) และภาครัฐ (Government)

Palantir มีความแข็งแกร่งทั้งในตลาดเอกชนและภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐอเมริกา

ภาคส่วน (Segment)การเติบโตของรายได้ (Y/Y)ประเด็นสำคัญ
ธุรกิจเอกชนในสหรัฐฯ+121%เติบโตอย่างก้าวกระโดดแบบทวีคูณ ขับเคลื่อนโดยความต้องการใช้งานแพลตฟอร์ม AIP จากองค์กรต่างๆ เพื่อปฏิรูปธุรกิจ
ภาครัฐบาลในสหรัฐฯ+52%กองทัพสหรัฐฯ ออกบันทึกสั่งการอย่างเป็นทางการให้ทุกหน่วยงานต้องรวมศูนย์และใช้แพลตฟอร์ม Vantage (ซึ่งสร้างบนเทคโนโลยีของ Palantir) เป็นศูนย์กลางข้อมูลเพียงแห่งเดียว ซึ่งเป็นการตัดสินใจเชิงวัฒนธรรมเพื่อยกเลิกระบบเก่า

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ: การเติบโตที่แข็งแกร่งทั้งสองขา ทั้งในภาคเอกชนที่เน้นนวัตกรรม และภาครัฐที่เน้นความมั่นคง แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีของ Palantir สามารถตอบโจทย์ที่แตกต่างกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างฐานรายได้ที่มั่นคงและมีศักยภาพการเติบโตสูง

จากผลงานที่แข็งแกร่งเกินคาดในปัจจุบัน บริษัทจึงแสดงความมั่นใจด้วยการปรับเป้าหมายในอนาคตให้สูงขึ้นไปอีกขั้น

5. มุมมองสู่อนาคต: การคาดการณ์ที่แข็งแกร่ง

จากผลงานที่ยอดเยี่ยม Palantir ได้ปรับเพิ่มการคาดการณ์ (Guidance) ผลประกอบการในอนาคตให้สูงขึ้น

  1. คาดการณ์รายได้ทั้งปี 2025: ปรับเพิ่มขึ้นเป็น $4.398 พันล้าน
  2. คาดการณ์รายได้ธุรกิจเอกชนในสหรัฐฯ: คาดว่าจะเติบโตอย่างน้อย 104% ในปี 2025
  3. คาดการณ์กำไร: บริษัทยังคงคาดว่าจะมีกำไรในทุกไตรมาสที่เหลือของปีนี้

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ: การปรับเพิ่มเป้าหมาย (Guidance) เป็นสัญญาณที่ชัดเจนจากผู้บริหารว่าความสำเร็จในไตรมาสนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นแนวโน้มที่ยั่งยืน พวกเขาเชื่อมั่นว่าจะสามารถทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องในอนาคตอันใกล้

เบื้องหลังความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมและทิศทางในอนาคตที่สดใสนี้ มีรากฐานมาจากวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและแตกต่างของ CEO ของบริษัท

6. วิสัยทัศน์ของ CEO: “เราถูก พวกคุณผิด”

ตัวเลขที่น่าทึ่งทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มีรากฐานมาจากวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและแตกต่างของ CEO Alexander Karp ซึ่งเขาอธิบายปรัชญาของบริษัทไว้อย่างตรงไปตรงมา

  1. สรุปใจความหลักของ Karp: เขาเชื่อว่าความสำเร็จของ Palantir มาจากการยืนหยัดเคียงข้างอเมริกา (pro-America) สนับสนุนคนทำงานชาวอเมริกัน (American worker) และกองทัพ รวมถึงการมุ่งมั่นสร้างผลิตภัณฑ์ที่มอบคุณค่าให้ลูกค้าได้อย่างแท้จริง แทนที่จะขาย “ซอฟต์แวร์กาฝาก” (parasitic software) เหมือนคู่แข่งรายอื่นที่เน้นการขายแต่ไม่ได้แก้ปัญหาจริง
  2. อธิบายแนวคิดสำคัญ: Karp อธิบายว่า Palantir กำลัง “สร้างการเปลี่ยนแปลงเหมือนที่บริษัท Private Equity ทำ แต่ทำในตลาดหุ้น” (providing a private equity like transformation in the public markets) ซึ่งหมายถึงการที่ Palantir เข้าไปช่วยปฏิรูปธุรกิจของลูกค้าให้มีประสิทธิภาพและทำกำไรได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยที่บริษัทลูกค้าไม่จำเป็นต้องออกจากตลาดหุ้น
  3. ปิดท้ายด้วยคำพูดถึงนักลงทุนรายย่อย: เขาได้กล่าวขอบคุณนักลงทุนรายย่อย (retail investors) ที่เชื่อมั่นในบริษัท และบอกว่าพวกเขาได้ลงทุนใน “ฝั่งที่ถูกต้อง” (fighting for the right side) ซึ่งหมายถึงการสนับสนุนบริษัทที่สร้างคุณค่าให้กับประเทศและเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ: ปรัชญาของ CEO ไม่ใช่แค่คำพูดสวยหรู แต่เป็น ‘เข็มทิศ’ ที่กำหนดทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเลือกตลาด และการสร้างวัฒนธรรมองค์กร การเข้าใจแนวคิดนี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งในการเข้าใจว่าทำไม Palantir ถึงแตกต่างจากบริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ

บทสรุป: สิ่งที่นักศึกษาควรจดจำ

ผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ของ Palantir ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขทางการเงินที่สวยงาม แต่มันคือการพิสูจน์โมเดลธุรกิจที่แตกต่างและทรงพลัง ที่ผสมผสาน เทคโนโลยี AI ชั้นนำ (AIP) เข้ากับการ สร้างคุณค่าให้ลูกค้าอย่างแท้จริง และ อุดมการณ์ที่ชัดเจน ในการสนับสนุนประเทศและคนทำงาน ซึ่งปัจจัยทั้งหมดนี้ส่งผลให้ Palantir มีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและกลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่น่าจับตามองที่สุดในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ในปัจจุบัน

Posted in

ใส่ความเห็น