การประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2025 ของ Tesla ได้เผยให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในทิศทางกลยุทธ์ของบริษัท โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียงผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าไปสู่การเป็นผู้นำด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ่นยนต์อย่างเต็มตัว การประชุมครั้งนี้ครอบคลุมการประกาศครั้งสำคัญเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ในอนาคต และยังมีการลงมติจากผู้ถือหุ้นในประเด็นสำคัญๆ ที่จะกำหนดทิศทางของบริษัท รวมถึงการอนุมัติแผนค่าตอบแทนตามผลงานระยะ 10 ปีครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงผลประโยชน์ของ CEO เข้ากับการประเมินมูลค่าบริษัทระดับหลายล้านล้านดอลลาร์ที่ขับเคลื่อนโดยความเป็นผู้นำด้านยานยนต์อัตโนมัติและหุ่นยนต์
1. วิสัยทัศน์ใหม่ของ Tesla: ไม่ใช่แค่บทใหม่ แต่เป็น “หนังสือเล่มใหม่”
อีลอน มัสก์ ได้นำเสนอภาพอนาคตของ Tesla ที่ไกลเกินกว่าการผลิตรถยนต์ โดยเปรียบเปรยว่านี่ไม่ใช่เพียง “บทใหม่” แต่เป็นการเริ่มต้น “หนังสือเล่มใหม่” ของบริษัท มัสก์ได้วางกรอบวิสัยทัศน์นี้ว่าไม่ใช่การวิวัฒนาการของโมเดลธุรกิจเดิมที่เน้นยอดขายรถยนต์เป็นหลัก (“หนังสือเล่มเก่า”) แต่เป็นการเปลี่ยนแกนธุรกิจไปสู่โมเดลใหม่ที่สร้างมูลค่าจากเครือข่ายยานยนต์อัตโนมัติ, การสมัครใช้ซอฟต์แวร์ AI และแรงงานหุ่นยนต์ (“หนังสือเล่มใหม่”)
1.1 ภารกิจใหม่: สู่ยุคแห่ง “ความอุดมสมบูรณ์ที่ยั่งยืน”
Tesla ได้ปรับปรุงพันธกิจของบริษัทเป็น “เพื่อบรรลุซึ่งความอุดมสมบูรณ์ที่ยั่งยืน” (to achieve sustainable abundance) ซึ่งหมายถึงอนาคตที่มนุษย์ทุกคนสามารถเข้าถึงสินค้า บริการ และการรักษาพยาบาลที่ต้องการได้อย่างเต็มที่ โดยไม่จำเป็นต้องทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สวยงาม
1.2 การปฏิวัติด้วยหุ่นยนต์ Optimus
อีลอน มัสก์ ได้เปิดเผยมุมมองที่ยิ่งใหญ่สำหรับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ Optimus โดยมีประเด็นสำคัญ 3 ประการดังนี้:
- ผลิตภัณฑ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล: มัสก์เชื่อว่า Optimus จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ยิ่งใหญ่กว่าทุกสิ่งในประวัติศาสตร์ ด้วยตลาดที่อาจมีความต้องการหุ่นยนต์หลายหมื่นล้านตัว และมีศักยภาพที่จะขจัดความยากจน รวมถึงมอบการรักษาพยาบาลขั้นสูงให้กับทุกคนได้
- แผนการผลิตขนาดมหึมา: Tesla วางแผนที่จะเริ่มสายการผลิตแรกที่โรงงานในฟรีมอนต์ ด้วยกำลังการผลิต 1 ล้านตัวต่อปี และตั้งเป้าที่จะขยายไปสู่ระดับ 100 ล้านตัว หรือแม้กระทั่ง 1 พันล้านตัวต่อปีในอนาคต โดยจะเริ่มการผลิต Optimus เวอร์ชัน 3 ในปีหน้า และมีแผนจะออกเวอร์ชัน 4 ในปี 2027 และเวอร์ชัน 5 ในปี 2028 ตามลำดับ
- ราคาที่จับต้องได้: คาดการณ์ว่าต้นทุนการผลิตหุ่นยนต์ Optimus จะอยู่ที่ประมาณ 20,000 ดอลลาร์ต่อตัว ทำให้เป็นเทคโนโลยีที่เข้าถึงได้ง่าย
1.3 อนาคตของการขับขี่: จาก FSD สู่ Cybercab
Tesla ได้เปิดเผยความคืบหน้าครั้งสำคัญของเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ ดังนี้:
- Full Self-Driving (FSD): มัสก์เปรียบเทคโนโลยี FSD เหมือนกับตัวละคร “พุซอินบูทส์” (Puss in Boots) ที่ภายนอกดูเหมือนรถยนต์ธรรมดา แต่แท้จริงแล้วมีความฉลาดล้ำลึกอยู่ภายใน
- Cybercab: ประกาศแผนการผลิต “Cybercab” ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อบริการเรียกรถโดยสารอัตโนมัติโดยเฉพาะ โดยจะไม่มีพวงมาลัยหรือแป้นเหยียบ และจะเริ่มการผลิตในเดือนเมษายนปีหน้า
- ชิป AI เฉพาะทาง: เทคโนโลยีเหล่านี้จะขับเคลื่อนด้วยชิป AI ที่ Tesla ออกแบบเอง เช่น “AI5” ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาให้มีประสิทธิภาพด้านพลังงานสูงและมีต้นทุนต่ำกว่าชิปทั่วไปในตลาด
เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริหารจะมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI และหุ่นยนต์ในระยะยาวซึ่งต้องใช้เงินทุนมหาศาลนี้อย่างเต็มที่ ผู้ถือหุ้นจึงถูกขอให้อนุมัติโครงสร้างค่าตอบแทนตามผลงานระยะ 10 ปีฉบับใหม่ ที่ผูกโยงโดยตรงกับเป้าหมายอันท้าทายเหล่านี้
2. ผลการลงมติของผู้ถือหุ้น: อนุมัติแผนค่าตอบแทนและข้อเสนอต่างๆ
ในการประชุมครั้งนี้ ผู้ถือหุ้นได้ลงคะแนนในข้อเสนอทั้งหมด 14 ฉบับ ประกอบด้วย 6 ฉบับจากคณะกรรมการของ Tesla และอีก 8 ฉบับจากผู้ถือหุ้นรายย่อย
2.1 วาระสำคัญที่สุด: แผนค่าตอบแทนของ Elon Musk
วาระที่สำคัญที่สุดคือการลงมติอนุมัติแผนค่าตอบแทน 2025 CEO Performance Award ซึ่งเป็นแผนระยะ 10 ปีที่มีเป้าหมายท้าทายอย่างยิ่งสำหรับอีลอน มัสก์ ผลปรากฏว่าผู้ถือหุ้นได้อนุมัติแผนดังกล่าวด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วยมากกว่า 75%
แผนค่าตอบแทนนี้ประกอบด้วยเงื่อนไข 2 ส่วนที่ต้องบรรลุควบคู่กันไป ได้แก่ มูลค่าบริษัท (Market Capitalization) และเป้าหมายด้านผลการดำเนินงาน (Operational Milestones) การปลดล็อกค่าตอบแทนแต่ละขั้น (Tranche) กำหนดให้ต้องบรรลุเป้าหมายด้านผลการดำเนินงานจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น ขั้นที่ 3 (Tranche 3) กำหนดให้ต้องบรรลุเป้าหมายใดๆ ก็ได้ 3 ข้อจาก 12 ข้อที่มี
เป้าหมายด้านมูลค่าบริษัท (Market Capitalization Milestones)
แผนนี้แบ่งออกเป็น 12 ขั้น โดยแต่ละขั้นมีเป้าหมายมูลค่าบริษัทที่ต้องทำให้สำเร็จและรักษาระดับไว้ได้อย่างต่อเนื่อง:
- ขั้นที่ 1: 2.0 ล้านล้านดอลลาร์
- ขั้นที่ 2: 2.5 ล้านล้านดอลลาร์
- ขั้นที่ 3: 3.0 ล้านล้านดอลลาร์
- ขั้นที่ 4: 3.5 ล้านล้านดอลลาร์
- ขั้นที่ 5: 4.0 ล้านล้านดอลลาร์
- ขั้นที่ 6: 4.5 ล้านล้านดอลลาร์
- ขั้นที่ 7: 5.0 ล้านล้านดอลลาร์
- ขั้นที่ 8: 5.5 ล้านล้านดอลลาร์
- ขั้นที่ 9: 6.0 ล้านล้านดอลลาร์
- ขั้นที่ 10: 6.5 ล้านล้านดอลลาร์
- ขั้นที่ 11: 7.5 ล้านล้านดอลลาร์
- ขั้นที่ 12: 8.5 ล้านล้านดอลลาร์
เป้าหมายด้านผลการดำเนินงาน (Operational Milestones)
มีเป้าหมายทั้งหมด 12 ข้อที่สามารถเลือกทำให้สำเร็จได้:
- Adjusted EBITDA: 50,000 ล้านดอลลาร์
- Adjusted EBITDA: 80,000 ล้านดอลลาร์
- Adjusted EBITDA: 130,000 ล้านดอลลาร์
- Adjusted EBITDA: 210,000 ล้านดอลลาร์
- Adjusted EBITDA: 300,000 ล้านดอลลาร์
- Adjusted EBITDA: 400,000 ล้านดอลลาร์ (มีเงื่อนไขด้านระยะเวลาต่อเนื่องสำหรับ 3 Milestones)
- ยอดส่งมอบรถยนต์สะสม: 20 ล้านคัน
- จำนวนผู้สมัครใช้บริการ FSD: 10 ล้านราย
- จำนวนรถในเครือข่าย Robotaxi: 1 ล้านคัน
- ยอดส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์: 1 ล้านตัว
2.2 ข้อเสนอจาก Tesla และผลการลงมติ
ผลการลงมติสำหรับข้อเสนออีก 5 ฉบับที่ได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการของ Tesla มีดังนี้:
- การเลือกตั้งกรรมการ 3 ท่าน: ได้รับการอนุมัติ
- การแต่งตั้งบริษัท Price Waterhouse Coopers เป็นผู้ตรวจสอบบัญชี: ได้รับการอนุมัติ
- การแก้ไขแผนหุ้นจูงใจพนักงานปี 2019: ได้รับการอนุมัติ
- การให้คำปรึกษาเรื่องค่าตอบแทนผู้บริหาร (Say-on-Pay): ได้รับการอนุมัติ
- การยกเลิกข้อกำหนดการลงคะแนนเสียงข้างมากพิเศษ: ไม่ได้รับการอนุมัติ
2.3 ข้อเสนอจากผู้ถือหุ้นรายย่อยและผลการลงมติ
ผู้ถือหุ้นได้ลงคะแนนตามคำแนะนำของคณะกรรมการในข้อเสนอส่วนใหญ่ ยกเว้นข้อเสนอเรื่องการเลือกตั้งกรรมการทุกปีที่ผู้ถือหุ้นโหวตสวนทางกับคำแนะนำของบอร์ด
| หัวข้อข้อเสนอ | สิ่งที่ผู้เสนอต้องการ | ผลการลงมติ |
| การลงทุนใน xAI | ให้บอร์ดพิจารณาอนุมัติการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในบริษัท xAI | ได้รับคะแนนเสียงเห็นด้วยมากกว่าไม่เห็นด้วย แต่มีผู้ไม่ลงคะแนนจำนวนมาก บอร์ดจะพิจารณาในลำดับถัดไป |
| ค่าตอบแทนและความยั่งยืน | ให้ผูกค่าตอบแทนผู้บริหารเข้ากับเป้าหมายด้านความยั่งยืน | ไม่ผ่าน (ผู้ถือหุ้นโหวตตามคำแนะนำของบอร์ด) |
| การตรวจสอบการใช้แรงงานเด็ก | ให้มีการตรวจสอบและรายงานเกี่ยวกับการใช้แรงงานเด็กในห่วงโซ่อุปทาน | ไม่ผ่าน (ผู้ถือหุ้นโหวตตามคำแนะนำของบอร์ด) |
| เกณฑ์การฟ้องร้องคดี | ให้ยกเลิกเกณฑ์การถือหุ้นขั้นต่ำ 3% เพื่อยื่นฟ้องร้องคดีในนามบริษัท | ไม่ผ่าน (ผู้ถือหุ้นโหวตตามคำแนะนำของบอร์ด) |
| การแก้ไขข้อบังคับ | ให้การเปลี่ยนแปลงเกณฑ์การยื่นข้อเสนอของผู้ถือหุ้นต้องผ่านการอนุมัติด้วยคะแนนเสียงข้างมากพิเศษ | ไม่ผ่าน (ผู้ถือหุ้นโหวตตามคำแนะนำของบอร์ด) |
| การเลือกตั้งกรรมการทุกปี | ให้กรรมการทุกคนได้รับการเลือกตั้งทุกปี แทนที่จะเป็นวาระ 3 ปี | ผ่าน (ผู้ถือหุ้นโหวตสวนทางกับคำแนะนำของบอร์ด) |
| ใช้คะแนนเสียงข้างมากปกติ | ให้ใช้คะแนนเสียงข้างมากปกติในการตัดสินใจแทนคะแนนเสียงข้างมากพิเศษ | ไม่ผ่าน (ผู้ถือหุ้นโหวตตามคำแนะนำของบอร์ด) |
| การอนุมัติการแก้ไขข้อบังคับโดยผู้ถือหุ้น | ให้การแก้ไขข้อบังคับบางอย่างที่จำกัดสิทธิผู้ถือหุ้นต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นก่อน | ไม่ผ่าน (ผู้ถือหุ้นโหวตตามคำแนะนำของบอร์ด) |
แม้ว่าการประชุมจะมุ่งเน้นไปที่วิสัยทัศน์แห่งอนาคต แต่คณะกรรมการบริษัทยังได้เน้นย้ำถึงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของบริษัทในปัจจุบันด้วย
3. ภาพรวมธุรกิจในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้
นอกเหนือจากวิสัยทัศน์ระยะยาวแล้ว การประชุมยังได้เฉลิมฉลองความสำเร็จในปัจจุบัน และเปิดเผยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเปิดตัวในเร็วๆ นี้
3.1 ความสำเร็จและความท้าทายในปัจจุบัน
ประธานคณะกรรมการบริษัทได้สรุปความสำเร็จที่สำคัญของ Tesla ในปี 2024 ดังนี้:
- Model Y เป็นรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในโลก (ทุกประเภท) ในปี 2024
- ธุรกิจพลังงาน มีการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน 31 GWh ในปี 2024 เพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าจากปี 2023
- ความปลอดภัยของ Autopilot ปลอดภัยกว่าการขับขี่โดยเฉลี่ยในสหรัฐฯ ถึง 10 เท่า
- ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์ของ Tesla ช่วยหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกือบ 32 ล้านเมตริกตันในปี 2024 เพิ่มขึ้น 70% จากปีก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม บริษัทก็ยอมรับถึงความท้าทายในระยะสั้นที่สำคัญ ซึ่งรวมถึงการยกเลิกสิทธิประโยชน์ทางภาษี EV มูลค่า 7,500 ดอลลาร์, ต้นทุนภาษีศุลกากรที่เพิ่มขึ้นประมาณ 300 ล้านดอลลาร์ และรายได้รวมกับกำไรจากการดำเนินงานรายไตรมาสที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนถึงสภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ไม่แน่นอน
3.2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่กำลังจะมาถึง
Tesla กำลังเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สำคัญอีกหลายรายการ:
- Tesla Semi: รถบรรทุกไฟฟ้าจะเริ่มการผลิตจำนวนมากในปี 2026
- รถยนต์รุ่นใหม่ราคาเข้าถึงง่าย: จะเริ่มการผลิตในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 แต่ระบุว่าอัตราการเร่งการผลิต ‘จะช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรก’ เนื่องจากบริษัทต้องมุ่งเน้นการส่งมอบรถยนต์รุ่นปัจจุบันให้ทันก่อนที่สิทธิประโยชน์ทางภาษี EV จะหมดอายุ
4. บทสรุป: ก้าวต่อไปของ Tesla
การประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2025 ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของ Tesla ซึ่งส่งสัญญาณถึงการวิวัฒนาการจากบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าไปสู่มหาอำนาจด้านปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ การที่ผู้ถือหุ้นลงมติอนุมัติแผนค่าตอบแทนของ CEO อย่างท่วมท้นจึงเปรียบเสมือนการมอบฉันทานุมัติที่ชัดเจน: พวกเขายินดีที่จะเผชิญกับความท้าทายทางการเงินในระยะสั้น เพื่อแลกกับการไล่ตามวิสัยทัศน์ระยะยาวอันยิ่งใหญ่ ที่ตั้งเป้าจะนิยาม Tesla ใหม่ในฐานะผู้นำด้าน AI และหุ่นยนต์

ใส่ความเห็น