ปกติออกกำลังแบบวิ่งเป็นหลัก วิ่งประจำทุกๆ สองวัน ครั้งละ สี่สิบนาทีถึงหนึ่งชั่วโมง และมีวิ่งยาวกว่าปกติ นานสองชั่วโมงทุกๆสองสัปดาห์ มาเกือบสองปีแล้ว เดือนที่แล้วได้ลองออกกำลังกายตามกระแสปั่นจักรยาน มาได้หนึ่งเดือนเพราะด้วยความอยากรู้อยากลองคิดว่าการออกกำลังกายแบบแอโรบิกมันน่าจะเหมือนๆกัน ลองแชร์ประสบการณ์ออกกำลังกายทั้งสองแบบ เทียบกันมาให้ดูครับ
ข้อดีของการวิ่งออกกำลัง
– ฝึกความทนทาน ความแข็งแรงกล้ามเนื้อหัวใจสำหรับความทนทาน
– ได้มองทิวทัศน์ข้างทางเพราะเราไปได้ช้ากว่า
– ด้วยการที่ใช้เท้าลุยไปทางที่ปั่นจักรยานเข้าไม่ได้
– ด้วยเวลาเท่ากัน วิ่งออกกำลังใช้พลังงานมากกว่าปั่นเยอะ ใช้อัตราการเต้นหัวใจสูงกว่าปั่น
– การวิ่งทวนลมกับขึ้นทางชันไม่มีผลกับความเร็วมากเหมือนการปั่น แต่ถ้าชันมากเราจะเดินแทนแต่นักปั่นจะจูงก็เสียฟอร์มและการเริ่มปั่นจากทางลาดชันใช้แรงมาก
– การวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุด มีอุปกรณ์แค่รองเท้าก็ไปได้แล้ว แต่ปั่นต้องมีหมวกถุงมือ กางเกงปั่นเฉพาะ จักรยานมีอุปกรณ์ แต่งทั้งจำเป็นและไม่จำเป็นมากจริงๆ
– วิ่งใช้เวลาน้อยกว่า รวมเวลาเตรียมตัวก่อนและหลังวิ่งต่ำกว่าจักรยาน
การวิ่งระยะฮาพมาราธอน ด้วยเวลา สองชั่วโมง รายการหาดใหญ่มาราธอน เมื่อ 25 พค 2557
วิ่งด้วยความเร็วเฉลี่ย 5:30 นาทีต่อกม ปกติผมจะซ้อมด้วยเพซเฉลี่ย 6:00 นาทีต่อกม.
อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ zone2-3
ข้อดีของการปั่นออกกำลังกาย
– ถ้าชอบเดินทางการปั่นดูจะสนุกเพราะได้ไปที่ต่างๆได้ไกลกว่าวิ่งด้วยเวลาเท่าๆกันใช่ไหมครับ
– คนปั่นจักรยานเยอะขึ้นมากๆ เส้นทางที่นิยม นักปั่นมากันบ่อยเลย เช่นเส้นเขียว ถ้าหาถนนรถน้อยใกล้บ้านปั่นจะไม่เหนื่อยในการเดินทาง
– ถ้าเจอกลุ่มจักรยานเราสามารถปั่นจอยกลุ่มเพื่อ ลดแรงลมต้านได้เยอะเลย แต่ควรสลับกันนำหน้าหรือลากบ้าง
– นักปั่นที่แข็งแรงอาจจะหุ่นไม่ดีเท่านักวิ่ง เจอหลายคนตัวอ้วนแต่ปั่นได้เร็วมากเพราะมีกำลังขามากแต่ถ้าวิ่งไกลจะสู้คนตัวเล็กกว่าไม่ได้เพราะแบกน้ำหนักตัวเยอะ
– สามารถปั่นสลับกับวันที่หยุดพักวิ่ง เพราะใช้กล้ามเนื้อหลักคนละชุดกัน
– คนที่เริ่มออกกำลัง ปั่นจะรู้สึกไม่หนักเท่าวิ่ง เพราะใช้อัตราหัวใจต่ำกว่า คนที่น้ำหนักเยอะก็ปั่นได้ ง่ายกว่าวิ่ง รวมถึงคนที่วิ่งแล้วเจ็บเข่าก็มาปั่นแทนได้
– การปั่นสามารถ คุมโซนอัตราการเต้นหัวใจได้ง่ายกว่าวิ่งเยอะ เลือกได้ว่าจะปั่นเพื่อเผาผลาญไขมันก็ปั่นอยู่โซนสอง เน้นแอโรบิกก็โซนสาม แต่การวิ่งเมื่อวิ่งไปนานๆ หัวใจจะสูงขึ้นเมื่อวิ่งนานกว่าค่าเฉลี่ย เช่นเราซ้อมวิ่งหนึ่งชั่วโมง วันไหนวิ่งยาวเกินสองชั่วโมงหัวใจจะเต้นสูงขึ้นแม้จะวิ่งเร็วเท่าเดิม และยังมีปัจจัยเรื่องความร้อน แดดจัด ปั่นจักรยานได้ลมช่วยให้ร่างกายดับร้อนได้ดีกว่าวิ่ง
ถ้านักปั่นยาวๆ สามชั่วโมงไม่เคยฝึกวิ่งมาก่อนให้วิ่งจะวิ่งได้ไม่ถึงสามชั่วโมงเพราะหัวใจเต้นทะลุไปโซนสี่ถึงห้าต้องหยุดพัก
การใช้เวลาปั่นเกือบๆสองชั่วโมงได้ระยะทางมากกว่าวิ่งเกือบจะสามเท่า
แต่ใช้พลังงานน้อยกว่า ถ้าใครเน้นเบรินวิ่งน่าจะลดได้เร็วแต่จะเหนื่อยกว่า
ประสบการณ์ที่เล่า เป็นส่วนตัว นะครับเพราะพึ่งฝึกปั่นมาเดือนเดียว ยังไม่ใส่คลีทเลย อยากฝึกคอนโทรลรถให้คล่องๆก่อน
































